วิธีใช้เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- เลือกว่าคุณเป็นผู้รับเงินหรือผู้จ่ายเงิน
- เลือกประเภทเงินได้ เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า หรือค่าวิชาชีพอิสระ ถ้าไม่มีในรายการให้เลือก "กำหนดอัตราเอง" แล้วกรอกอัตราเป็นเปอร์เซ็นต์
- เลือกช่อง VAT ว่าไม่มี VAT หรือมี VAT แล้วเลือกว่ายอดที่กรอกเป็นราคาก่อน VAT ราคารวม VAT หรือยอดโอนสุทธิหลังหักภาษี
- กรอกจำนวนเงิน
ระบบจะคิด VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากราคาก่อน VAT แล้วแสดงยอดที่จะได้รับหรือยอดที่ต้องโอนให้ทันที เหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบยอดเงินก่อนออกใบหักภาษี หรือประมาณการเงินสุทธิที่จะได้รับก่อนตกลงราคางาน
ถ้าต้องการถอดหรือบวก VAT อย่างเดียว ใช้เครื่องคำนวณ VAT
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีเงินได้ที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักออกจากยอดเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงินทันทีก่อนโอน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ระบบนี้ช่วยให้รัฐเก็บภาษีได้ทยอยตลอดปีแทนที่จะรอให้ผู้มีเงินได้มายื่น แบบและชำระภาษีทั้งก้อนตอนสิ้นปีเพียงครั้งเดียว
ภาษีที่บริษัทหักจากเงินเดือนพนักงานทุกเดือนก็เป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายเช่นกัน ประมาณยอดนี้ได้ด้วยเครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ
ผู้รับเงินจะได้รับเงินสุทธิหลังหักภาษีไปแล้ว และนำยอดที่ถูกหักไปใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระจริง ตอนยื่นแบบประจำปีได้ ระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ และลดภาระการชำระภาษีก้อนใหญ่ของผู้มีเงินได้ในคราวเดียว
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างกันตามประเภทเงินได้อย่างไร
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ได้ใช้อัตราเดียวกันทุกประเภทเงินได้ แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะของเงินได้นั้นตามที่ กฎหมายกำหนดไว้แยกเป็นหมวดหมู่ ในเครื่องคำนวณนี้มีให้เลือก 5 ประเภทหลัก
- ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ (อัตรา 3%)
- ค่าวิชาชีพอิสระ (อัตรา 3%)
- ค่าเช่าทรัพย์สิน (อัตรา 5%)
- ค่าโฆษณา (อัตรา 2%)
- ค่าขนส่ง (ไม่รวมรถโดยสารประจำทาง) (อัตรา 1%)
การเลือกประเภทผิดจะทำให้หักภาษีผิดอัตรา จึงควรตรวจสอบลักษณะงานจริงก่อนเลือกทุกครั้ง
เอกสารที่เกี่ยวข้องหลังหักภาษี
เมื่อมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายเกิดขึ้น ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มักเรียกกันว่า "ใบ 50 ทวิ") ให้ผู้รับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน เอกสารนี้สำคัญมากเพราะใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบภาษี เงินได้ประจำปี เพื่อนำยอดภาษีที่ถูกหักไปแล้วมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระจริง
ผู้รับเงินควรเก็บเอกสารนี้ไว้ให้ครบทุกใบตลอดปีภาษี เพราะถ้าทำหายจะต้องขอสำเนาใหม่จากผู้จ่ายเงิน ซึ่งอาจล่าช้ากว่ากำหนดยื่นแบบ สำหรับฟรีแลนซ์หรือผู้ที่มีรายได้จากหลายแหล่ง การเก็บเอกสารนี้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นปีจะช่วยประหยัดเวลาตอนรวบรวมเอกสารยื่นภาษีช่วงต้นปีถัดไปได้มาก แนะนำให้สแกนเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัลควบคู่กับเอกสารตัวจริงเพื่อป้องกันการสูญหาย
ตัวอย่างการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ตัวอย่างนี้ใช้ประเภทเงินได้ที่เจอบ่อยสามแบบ แต่ละแบบหักในอัตราต่างกัน จึงได้เงินสุทธิต่างกันแม้ยอดใกล้กัน
ฟรีแลนซ์รับงานออกแบบจากบริษัท
บริษัทจ่ายค่าออกแบบโลโก้ให้ฟรีแลนซ์ และหักภาษีไว้ตามอัตราค่าจ้างทำของ
- ยอดเงินก่อนหักภาษี (ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ)
- 20,000.00 บาท
- หัก ณ ที่จ่าย 3%
- 600.00 บาท
- เงินที่ได้รับจริง = ยอดเงิน − ภาษีที่หัก
- 19,400.00 บาท
- ผู้รับเงินได้รับ
- 19,400.00 บาท
บริษัทเช่าห้องแถวทำสำนักงาน
บริษัทจ่ายค่าเช่ารายเดือนให้เจ้าของห้องที่เป็นบุคคลธรรมดา และหักภาษีตามอัตราค่าเช่าทรัพย์สิน
- ยอดเงินก่อนหักภาษี (ค่าเช่าทรัพย์สิน)
- 15,000.00 บาท
- หัก ณ ที่จ่าย 5%
- 750.00 บาท
- เงินที่ได้รับจริง = ยอดเงิน − ภาษีที่หัก
- 14,250.00 บาท
- ผู้รับเงินได้รับ
- 14,250.00 บาท
ร้านค้าจ้างเพจลงโฆษณา
ร้านค้าที่เป็นนิติบุคคลจ่ายค่าโฆษณาให้ผู้ให้บริการ และหักภาษีตามอัตราค่าโฆษณา
- ยอดเงินก่อนหักภาษี (ค่าโฆษณา)
- 50,000.00 บาท
- หัก ณ ที่จ่าย 2%
- 1,000.00 บาท
- เงินที่ได้รับจริง = ยอดเงิน − ภาษีที่หัก
- 49,000.00 บาท
- ผู้รับเงินได้รับ
- 49,000.00 บาท
ตารางอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้
ตารางนี้สรุปอัตราของทุกประเภทในเครื่องคำนวณ พร้อมตัวอย่างภาษีที่หักเมื่อจ่ายเงิน 10,000 บาท
| ประเภทเงินได้ | อัตรา | ภาษีที่หัก (บาท) | เงินที่ได้รับ (บาท) |
|---|---|---|---|
| ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ | 3% | 300.00 | 9,700.00 |
| ค่าวิชาชีพอิสระ | 3% | 300.00 | 9,700.00 |
| ค่าเช่าทรัพย์สิน | 5% | 500.00 | 9,500.00 |
| ค่าโฆษณา | 2% | 200.00 | 9,800.00 |
| ค่าขนส่ง (ไม่รวมรถโดยสารประจำทาง) | 1% | 100.00 | 9,900.00 |
คำถามที่พบบ่อย
ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
ผู้จ่ายเงิน (เช่น บริษัทที่จ้างงานหรือเช่าทรัพย์สิน) เป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงิน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ไม่ใช่ผู้รับเงินเป็นผู้หักเอง
เงินที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว หายไปเลยหรือไม่
ไม่หายไป ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถือเป็นเครดิตภาษีที่นำไปหักออกจากภาษีที่ต้องชำระจริงตอนยื่นแบบประจำปีได้ ถ้าหักไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง จะได้รับเงินคืนภาษีในภายหลัง
ไม่แน่ใจว่าเงินได้ของตัวเองอยู่ประเภทไหน ต้องทำอย่างไร
ควรตรวจสอบลักษณะงานหรือสัญญาที่แท้จริงเทียบกับประเภทเงินได้ตามกฎหมาย หรือปรึกษาฝ่ายบัญชีของผู้จ่ายเงินและนักบัญชี เพราะการระบุประเภทผิดอาจทำให้หักภาษีในอัตราที่ไม่ถูกต้อง