คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เลือกประเภทเงินได้และกรอกยอดเงิน แล้วดูยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสุทธิที่ได้รับทันที

กรอกยอดเงินเพื่อดูยอดที่ได้รับจริง
ฉันเป็น
VAT

รายละเอียดการคำนวณ

ราคาก่อน VAT
–
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
–
ยอดที่จะได้รับ
– บาท

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดจากราคาก่อน VAT ผู้จ่ายเงินต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้รับเงินเก็บไว้ใช้ตอนยื่นภาษีประจำปี

อัปเดต · เกณฑ์ปีภาษี 2569

ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเบื้องต้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการเงิน กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทางการเงินจริง ·แจ้งข้อผิดพลาด

วิธีใช้เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

  1. เลือกว่าคุณเป็นผู้รับเงินหรือผู้จ่ายเงิน
  2. เลือกประเภทเงินได้ เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า หรือค่าวิชาชีพอิสระ ถ้าไม่มีในรายการให้เลือก "กำหนดอัตราเอง" แล้วกรอกอัตราเป็นเปอร์เซ็นต์
  3. เลือกช่อง VAT ว่าไม่มี VAT หรือมี VAT แล้วเลือกว่ายอดที่กรอกเป็นราคาก่อน VAT ราคารวม VAT หรือยอดโอนสุทธิหลังหักภาษี
  4. กรอกจำนวนเงิน

ระบบจะคิด VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากราคาก่อน VAT แล้วแสดงยอดที่จะได้รับหรือยอดที่ต้องโอนให้ทันที เหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบยอดเงินก่อนออกใบหักภาษี หรือประมาณการเงินสุทธิที่จะได้รับก่อนตกลงราคางาน

ถ้าต้องการถอดหรือบวก VAT อย่างเดียว ใช้เครื่องคำนวณ VAT

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีเงินได้ที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักออกจากยอดเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงินทันทีก่อนโอน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ระบบนี้ช่วยให้รัฐเก็บภาษีได้ทยอยตลอดปีแทนที่จะรอให้ผู้มีเงินได้มายื่น แบบและชำระภาษีทั้งก้อนตอนสิ้นปีเพียงครั้งเดียว

ภาษีที่บริษัทหักจากเงินเดือนพนักงานทุกเดือนก็เป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายเช่นกัน ประมาณยอดนี้ได้ด้วยเครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ

ผู้รับเงินจะได้รับเงินสุทธิหลังหักภาษีไปแล้ว และนำยอดที่ถูกหักไปใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระจริง ตอนยื่นแบบประจำปีได้ ระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ และลดภาระการชำระภาษีก้อนใหญ่ของผู้มีเงินได้ในคราวเดียว

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างกันตามประเภทเงินได้อย่างไร

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ได้ใช้อัตราเดียวกันทุกประเภทเงินได้ แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะของเงินได้นั้นตามที่ กฎหมายกำหนดไว้แยกเป็นหมวดหมู่ ในเครื่องคำนวณนี้มีให้เลือก 5 ประเภทหลัก

การเลือกประเภทผิดจะทำให้หักภาษีผิดอัตรา จึงควรตรวจสอบลักษณะงานจริงก่อนเลือกทุกครั้ง

เอกสารที่เกี่ยวข้องหลังหักภาษี

เมื่อมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายเกิดขึ้น ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มักเรียกกันว่า "ใบ 50 ทวิ") ให้ผู้รับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน เอกสารนี้สำคัญมากเพราะใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบภาษี เงินได้ประจำปี เพื่อนำยอดภาษีที่ถูกหักไปแล้วมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระจริง

ผู้รับเงินควรเก็บเอกสารนี้ไว้ให้ครบทุกใบตลอดปีภาษี เพราะถ้าทำหายจะต้องขอสำเนาใหม่จากผู้จ่ายเงิน ซึ่งอาจล่าช้ากว่ากำหนดยื่นแบบ สำหรับฟรีแลนซ์หรือผู้ที่มีรายได้จากหลายแหล่ง การเก็บเอกสารนี้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นปีจะช่วยประหยัดเวลาตอนรวบรวมเอกสารยื่นภาษีช่วงต้นปีถัดไปได้มาก แนะนำให้สแกนเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัลควบคู่กับเอกสารตัวจริงเพื่อป้องกันการสูญหาย

ตัวอย่างการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ตัวอย่างนี้ใช้ประเภทเงินได้ที่เจอบ่อยสามแบบ แต่ละแบบหักในอัตราต่างกัน จึงได้เงินสุทธิต่างกันแม้ยอดใกล้กัน

ฟรีแลนซ์รับงานออกแบบจากบริษัท

บริษัทจ่ายค่าออกแบบโลโก้ให้ฟรีแลนซ์ และหักภาษีไว้ตามอัตราค่าจ้างทำของ

ยอดเงินก่อนหักภาษี (ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ)
20,000.00 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 3%
600.00 บาท
เงินที่ได้รับจริง = ยอดเงิน − ภาษีที่หัก
19,400.00 บาท
ผู้รับเงินได้รับ
19,400.00 บาท

บริษัทเช่าห้องแถวทำสำนักงาน

บริษัทจ่ายค่าเช่ารายเดือนให้เจ้าของห้องที่เป็นบุคคลธรรมดา และหักภาษีตามอัตราค่าเช่าทรัพย์สิน

ยอดเงินก่อนหักภาษี (ค่าเช่าทรัพย์สิน)
15,000.00 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 5%
750.00 บาท
เงินที่ได้รับจริง = ยอดเงิน − ภาษีที่หัก
14,250.00 บาท
ผู้รับเงินได้รับ
14,250.00 บาท

ร้านค้าจ้างเพจลงโฆษณา

ร้านค้าที่เป็นนิติบุคคลจ่ายค่าโฆษณาให้ผู้ให้บริการ และหักภาษีตามอัตราค่าโฆษณา

ยอดเงินก่อนหักภาษี (ค่าโฆษณา)
50,000.00 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 2%
1,000.00 บาท
เงินที่ได้รับจริง = ยอดเงิน − ภาษีที่หัก
49,000.00 บาท
ผู้รับเงินได้รับ
49,000.00 บาท

ตารางอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้

ตารางนี้สรุปอัตราของทุกประเภทในเครื่องคำนวณ พร้อมตัวอย่างภาษีที่หักเมื่อจ่ายเงิน 10,000 บาท

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายและยอดหักต่อการจ่าย 10,000 บาท
ประเภทเงินได้อัตราภาษีที่หัก (บาท)เงินที่ได้รับ (บาท)
ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ3%300.009,700.00
ค่าวิชาชีพอิสระ3%300.009,700.00
ค่าเช่าทรัพย์สิน5%500.009,500.00
ค่าโฆษณา2%200.009,800.00
ค่าขนส่ง (ไม่รวมรถโดยสารประจำทาง)1%100.009,900.00

คำถามที่พบบ่อย

ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ผู้จ่ายเงิน (เช่น บริษัทที่จ้างงานหรือเช่าทรัพย์สิน) เป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงิน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ไม่ใช่ผู้รับเงินเป็นผู้หักเอง

เงินที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว หายไปเลยหรือไม่

ไม่หายไป ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถือเป็นเครดิตภาษีที่นำไปหักออกจากภาษีที่ต้องชำระจริงตอนยื่นแบบประจำปีได้ ถ้าหักไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง จะได้รับเงินคืนภาษีในภายหลัง

ไม่แน่ใจว่าเงินได้ของตัวเองอยู่ประเภทไหน ต้องทำอย่างไร

ควรตรวจสอบลักษณะงานหรือสัญญาที่แท้จริงเทียบกับประเภทเงินได้ตามกฎหมาย หรือปรึกษาฝ่ายบัญชีของผู้จ่ายเงินและนักบัญชี เพราะการระบุประเภทผิดอาจทำให้หักภาษีในอัตราที่ไม่ถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง

ตัวเลขในหน้านี้อ้างอิงจากประกาศของหน่วยงานด้านล่าง ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณ โปรดตรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

กลับไปคำนวณ