วิธีใช้เครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ
- กรอกเงินเดือนในช่องแรก
- ถ้ามีโบนัสให้กรอกยอดทั้งปีในช่องที่สอง
- ช่องที่สามใช้กรอกค่าลดหย่อนอื่นต่อปี เช่น เบี้ยประกันชีวิตหรือเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ช่องสุดท้ายใช้กรอกรายการที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน เช่น ค่างวดหนี้ที่หักผ่านเงินเดือน
สามช่องหลังไม่บังคับ ระบบจะแสดงการคำนวณทีละขั้น ตั้งแต่รายได้ทั้งปีจนถึงเงินเดือนสุทธิ
เหมาะสำหรับใช้ประมาณการก่อนตัดสินใจรับข้อเสนองานใหม่หรือวางแผนงบประมาณรายเดือน
เงินเดือนสุทธิคำนวณจากอะไรบ้าง
ภาษีเงินได้ไม่ได้คิดจากเงินเดือนตรงๆ แต่คิดจากเงินได้สุทธิทั้งปี
- เริ่มจากรายได้ทั้งปีคือเงินเดือนคูณสิบสองบวกโบนัส
- หักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้แต่ไม่เกิน฿100,000.00
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว ฿60,000.00 เงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงทั้งปี และค่าลดหย่อนอื่นที่กรอกไว้
- ผลที่ได้คือเงินได้สุทธิ ซึ่งนำไปคิดภาษีแบบขั้นบันได แล้วหารสิบสองเป็นภาษีต่อเดือน
- นำเงินเดือนมาหักภาษีต่อเดือน เงินสมทบประกันสังคมและรายการหักอื่น ก็จะได้เงินเดือนสุทธิที่เข้าบัญชีจริง
ทำไมภาษีที่หักแต่ละเดือนในชีวิตจริงอาจไม่เท่ากันทุกเดือน
ในชีวิตจริง ฝ่ายบุคคลมักคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากประมาณการรายได้ทั้งปีที่รวมโบนัส ค่าคอมมิชชัน หรือค่าตอบแทนพิเศษอื่นๆ ที่คาดว่าจะได้รับ บางบริษัทเฉลี่ยภาษีเท่ากันทุกเดือนแบบที่เครื่องคำนวณนี้แสดง แต่บางบริษัทหักภาษีส่วนของโบนัสในเดือนที่จ่ายโบนัสทีเดียว ทำให้เดือนนั้นถูกหักมากเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ถ้าแจ้งค่าลดหย่อนเพิ่มกลางปี เช่นค่าลดหย่อนจากเบี้ยประกันชีวิต หรือดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน ภาษีที่หักในเดือนหลังจากนั้นจะลดลง ยอดที่ถูกหักไว้ทั้งปีจะถูกนำไปเทียบกับภาษีจริงอีกครั้งตอนยื่นแบบประจำปี ถ้าหักไว้เกินก็ขอคืนได้ ถ้าหักไว้ขาดก็ต้องชำระเพิ่ม ดูยอดที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืนได้ที่เครื่องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงินเดือนขึ้นแล้วทำไมเงินสุทธิเพิ่มน้อยกว่าที่คิด
เมื่อเงินเดือนขึ้น รายได้ทั้งปีที่สูงขึ้นอาจทำให้ตกอยู่ในขั้นบันไดภาษีที่อัตราสูงกว่าเดิม ส่วนที่เพิ่มขึ้น มาใหม่จึงถูกหักภาษีในอัตราที่สูงกว่าส่วนเดิม ทำให้เงินเดือนสุทธิที่เพิ่มขึ้นจริงน้อยกว่าจำนวนเงินเดือนที่ ขึ้นตามตัวเลข นอกจากนี้เงินสมทบประกันสังคมจะเพิ่มตามไปด้วยหากยังไม่ถึงฐานค่าจ้างสูงสุด
การเข้าใจกลไกนี้ช่วยให้วางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้นเมื่อได้รับการปรับเงินเดือนหรือเปลี่ยนงานใหม่ ลองกรอกเงินเดือนใหม่เทียบกับเงินเดือนเดิมในเครื่องคำนวณนี้ดูส่วนต่างของเงินเดือนสุทธิจริง ก่อนตัดสินใจย้ายงานหรือเจรจาต่อรองเงินเดือน ถ้ากำลังจะถูกเลิกจ้างแทน ดูเงินชดเชยเลิกจ้างที่ควรได้รับตามอายุงานก่อนวางแผนการเงินช่วงต่อไป
ตัวอย่างการคำนวณเงินเดือนสุทธิ
สามกรณีนี้มีเงินเดือนต่างกันชัดเจน แสดงทุกขั้นตั้งแต่รายได้ทั้งปีจนถึงเงินที่เข้าบัญชีจริง
พนักงานจบใหม่ เงินเดือน 15,000 บาท
ไม่มีโบนัสและค่าลดหย่อนอื่น เงินได้สุทธิยังอยู่ในขั้นที่ได้รับยกเว้นภาษี จึงถูกหักแค่ประกันสังคม
- รายได้ทั้งปี = เงินเดือน × 12 + โบนัส
- 180,000.00 บาท
- หักค่าใช้จ่าย
- 90,000.00 บาท
- หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว + ประกันสังคม + อื่นๆ)
- 69,000.00 บาท
- เงินได้สุทธิ
- 21,000.00 บาท
- ภาษีทั้งปี
- 0.00 บาท
- ภาษีต่อเดือน = ภาษีทั้งปี ÷ 12
- 0.00 บาท
- ประกันสังคมต่อเดือน
- 750.00 บาท
- เงินเดือนสุทธิต่อเดือน
- 14,250.00 บาท
พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท มีโบนัส 2 เดือน
ได้โบนัสปีละ 60,000 บาท และมีเบี้ยประกันชีวิตที่ลดหย่อนได้ปีละ 20,000 บาท
- รายได้ทั้งปี = เงินเดือน × 12 + โบนัส
- 420,000.00 บาท
- หักค่าใช้จ่าย
- 100,000.00 บาท
- หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว + ประกันสังคม + อื่นๆ)
- 90,500.00 บาท
- เงินได้สุทธิ
- 229,500.00 บาท
- ภาษีทั้งปี
- 3,975.00 บาท
- ภาษีต่อเดือน = ภาษีทั้งปี ÷ 12
- 331.25 บาท
- ประกันสังคมต่อเดือน
- 875.00 บาท
- เงินเดือนสุทธิต่อเดือน
- 28,793.75 บาท
ผู้จัดการเงินเดือน 80,000 บาท สะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ได้โบนัส 160,000 บาท มีค่าลดหย่อนอื่นรวมปีละ 100,000 บาท และถูกหักเงินสะสมกองทุนเดือนละ 4,000 บาท
- รายได้ทั้งปี = เงินเดือน × 12 + โบนัส
- 1,120,000.00 บาท
- หักค่าใช้จ่าย
- 100,000.00 บาท
- หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว + ประกันสังคม + อื่นๆ)
- 170,500.00 บาท
- เงินได้สุทธิ
- 849,500.00 บาท
- ภาษีทั้งปี
- 84,900.00 บาท
- ภาษีต่อเดือน = ภาษีทั้งปี ÷ 12
- 7,075.00 บาท
- ประกันสังคมต่อเดือน
- 875.00 บาท
- รายการหักอื่นต่อเดือน
- 4,000.00 บาท
- เงินเดือนสุทธิต่อเดือน
- 68,050.00 บาท
ขั้นภาษีที่ใช้คิดภาษีหักจากเงินเดือน
ภาษีคิดจากเงินได้สุทธิทีละขั้น เงินได้ส่วนที่อยู่ในแต่ละช่วงเสียภาษีตามอัตราของช่วงนั้น คอลัมน์ขวาสุดคือภาษีรวมเมื่อเงินได้สุทธิเต็มขั้นนั้นพอดี
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | ภาษีสะสมเมื่อเต็มขั้น (บาท) |
|---|---|---|
| 0–150,000 | 0% | 0.00 |
| 150,001–300,000 | 5% | 7,500.00 |
| 300,001–500,000 | 10% | 27,500.00 |
| 500,001–750,000 | 15% | 65,000.00 |
| 750,001–1,000,000 | 20% | 115,000.00 |
| 1,000,001–2,000,000 | 25% | 365,000.00 |
| 2,000,001–5,000,000 | 30% | 1,265,000.00 |
| เกิน 5,000,000 | 35% | – |
ภาษีที่หักไว้ทั้งปีสรุปกันตอนไหน
ภาษีที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือนเป็นแค่การหักไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีจริงที่ต้องจ่ายเป๊ะๆ ตอนสิ้นปีต้องนำยอด รายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ทั้งปีไปสรุปอีกครั้งตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ซึ่งยื่นได้ตั้งแต่เดือน มกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป จะไปสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ก็ได้ ถ้ามีค่าลดหย่อน เพิ่มเติมที่เครื่องคำนวณนี้ยังไม่ได้รวม เช่น ดอกเบี้ยบ้านหรือเงินบริจาค ภาษีจริงตอนยื่นแบบอาจน้อยกว่าที่ถูก หักไว้ ทำให้ได้เงินคืน กำหนดเวลาที่แน่นอนของแต่ละปีตรวจสอบได้ที่ หน้ากำหนดเวลายื่นแบบของกรมสรรพากร
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเลขภาษีในเครื่องคำนวณนี้ตรงกับที่ฝ่ายบุคคลหักจริงหรือไม่
ใกล้เคียงถ้ากรอกโบนัสและค่าลดหย่อนอื่นตรงกับที่แจ้งฝ่ายบุคคลไว้ เพราะใช้วิธีเดียวกันคือประมาณรายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คิดภาษีทั้งปีแล้วเฉลี่ยเป็นรายเดือน แต่บางบริษัทหักภาษีของโบนัสในเดือนที่จ่ายโบนัสทีเดียว ยอดหักแต่ละเดือนจึงอาจไม่เท่ากัน ส่วนยอดรวมทั้งปีควรใกล้เคียงกัน
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและค่าลดหย่อนอื่นๆ ถูกนำมาคิดด้วยหรือไม่
คิดให้อัตโนมัติสองรายการ คือค่าลดหย่อนส่วนตัว ฿60,000.00 และเงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงทั้งปี ส่วนค่าลดหย่อนอื่น เช่น คู่สมรส บุตร เบี้ยประกันชีวิต หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้รวมยอดทั้งปีแล้วกรอกในช่อง "ค่าลดหย่อนอื่นต่อปี" ถ้าไม่แน่ใจว่าเบี้ยประกันลดหย่อนได้เท่าไหร่ ใช้เครื่องคำนวณลดหย่อนภาษีจากประกันหายอดก่อนได้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพควรกรอกตรงช่องไหน
กรอกสองช่อง ช่อง "รายการหักอื่นต่อเดือน" ใส่ยอดเงินสะสมที่ถูกหักทุกเดือน เพื่อให้เงินสุทธิตรงกับเงินที่เข้าบัญชี และช่อง "ค่าลดหย่อนอื่นต่อปี" ใส่ยอดสะสมทั้งปีที่นำไปลดหย่อนภาษีได้ เพื่อให้ภาษีที่คำนวณลดลงตามจริง
โบนัสทำให้เงินเดือนสุทธิแต่ละเดือนลดลงหรือไม่
โบนัสทำให้รายได้ทั้งปีสูงขึ้น ภาษีทั้งปีจึงเพิ่มขึ้น และเมื่อเฉลี่ยเป็นรายเดือน ภาษีต่อเดือนก็เพิ่มตาม เงินเดือนสุทธิที่แสดงจึงลดลงเล็กน้อย แต่เงินโบนัสที่ได้รับยังทำให้รายได้รวมทั้งปีสูงกว่าเดิมเสมอ เพราะภาษีที่เพิ่มขึ้นคิดจากส่วนที่เกินเท่านั้น