คำนวณเงินเดือนสุทธิ ปี 2569

กรอกเงินเดือนและรายการหักอื่น แล้วดูเงินเดือนสุทธิโดยประมาณหลังหักประกันสังคมและภาษีทันที

กรอกเงินเดือนเพื่อดูเงินที่ได้รับจริง

รายละเอียดการคำนวณ

รายได้ทั้งปี (เงินเดือน × 12 + โบนัส)
–
หักค่าใช้จ่าย
–
หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว + ประกันสังคม + อื่นๆ)
–
เงินได้สุทธิ
–
ภาษีทั้งปี
–
ภาษีต่อเดือน (ภาษีทั้งปี ÷ 12)
–
ประกันสังคมต่อเดือน
–
เงินเดือนสุทธิต่อเดือน
– บาท

ภาษีเฉลี่ยเท่ากันทุกเดือน บางบริษัทหักภาษีของโบนัสในเดือนที่จ่ายโบนัสทีเดียว

อัปเดต · เกณฑ์ปีภาษี 2569

ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเบื้องต้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการเงิน กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทางการเงินจริง ·แจ้งข้อผิดพลาด

วิธีใช้เครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ

  1. กรอกเงินเดือนในช่องแรก
  2. ถ้ามีโบนัสให้กรอกยอดทั้งปีในช่องที่สอง
  3. ช่องที่สามใช้กรอกค่าลดหย่อนอื่นต่อปี เช่น เบี้ยประกันชีวิตหรือเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  4. ช่องสุดท้ายใช้กรอกรายการที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน เช่น ค่างวดหนี้ที่หักผ่านเงินเดือน

สามช่องหลังไม่บังคับ ระบบจะแสดงการคำนวณทีละขั้น ตั้งแต่รายได้ทั้งปีจนถึงเงินเดือนสุทธิ

เหมาะสำหรับใช้ประมาณการก่อนตัดสินใจรับข้อเสนองานใหม่หรือวางแผนงบประมาณรายเดือน

เงินเดือนสุทธิคำนวณจากอะไรบ้าง

ภาษีเงินได้ไม่ได้คิดจากเงินเดือนตรงๆ แต่คิดจากเงินได้สุทธิทั้งปี

  1. เริ่มจากรายได้ทั้งปีคือเงินเดือนคูณสิบสองบวกโบนัส
  2. หักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้แต่ไม่เกิน฿100,000.00
  3. หักค่าลดหย่อนส่วนตัว ฿60,000.00 เงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงทั้งปี และค่าลดหย่อนอื่นที่กรอกไว้
  4. ผลที่ได้คือเงินได้สุทธิ ซึ่งนำไปคิดภาษีแบบขั้นบันได แล้วหารสิบสองเป็นภาษีต่อเดือน
  5. นำเงินเดือนมาหักภาษีต่อเดือน เงินสมทบประกันสังคมและรายการหักอื่น ก็จะได้เงินเดือนสุทธิที่เข้าบัญชีจริง

ทำไมภาษีที่หักแต่ละเดือนในชีวิตจริงอาจไม่เท่ากันทุกเดือน

ในชีวิตจริง ฝ่ายบุคคลมักคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากประมาณการรายได้ทั้งปีที่รวมโบนัส ค่าคอมมิชชัน หรือค่าตอบแทนพิเศษอื่นๆ ที่คาดว่าจะได้รับ บางบริษัทเฉลี่ยภาษีเท่ากันทุกเดือนแบบที่เครื่องคำนวณนี้แสดง แต่บางบริษัทหักภาษีส่วนของโบนัสในเดือนที่จ่ายโบนัสทีเดียว ทำให้เดือนนั้นถูกหักมากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ถ้าแจ้งค่าลดหย่อนเพิ่มกลางปี เช่นค่าลดหย่อนจากเบี้ยประกันชีวิต หรือดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน ภาษีที่หักในเดือนหลังจากนั้นจะลดลง ยอดที่ถูกหักไว้ทั้งปีจะถูกนำไปเทียบกับภาษีจริงอีกครั้งตอนยื่นแบบประจำปี ถ้าหักไว้เกินก็ขอคืนได้ ถ้าหักไว้ขาดก็ต้องชำระเพิ่ม ดูยอดที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืนได้ที่เครื่องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินเดือนขึ้นแล้วทำไมเงินสุทธิเพิ่มน้อยกว่าที่คิด

เมื่อเงินเดือนขึ้น รายได้ทั้งปีที่สูงขึ้นอาจทำให้ตกอยู่ในขั้นบันไดภาษีที่อัตราสูงกว่าเดิม ส่วนที่เพิ่มขึ้น มาใหม่จึงถูกหักภาษีในอัตราที่สูงกว่าส่วนเดิม ทำให้เงินเดือนสุทธิที่เพิ่มขึ้นจริงน้อยกว่าจำนวนเงินเดือนที่ ขึ้นตามตัวเลข นอกจากนี้เงินสมทบประกันสังคมจะเพิ่มตามไปด้วยหากยังไม่ถึงฐานค่าจ้างสูงสุด

การเข้าใจกลไกนี้ช่วยให้วางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้นเมื่อได้รับการปรับเงินเดือนหรือเปลี่ยนงานใหม่ ลองกรอกเงินเดือนใหม่เทียบกับเงินเดือนเดิมในเครื่องคำนวณนี้ดูส่วนต่างของเงินเดือนสุทธิจริง ก่อนตัดสินใจย้ายงานหรือเจรจาต่อรองเงินเดือน ถ้ากำลังจะถูกเลิกจ้างแทน ดูเงินชดเชยเลิกจ้างที่ควรได้รับตามอายุงานก่อนวางแผนการเงินช่วงต่อไป

ตัวอย่างการคำนวณเงินเดือนสุทธิ

สามกรณีนี้มีเงินเดือนต่างกันชัดเจน แสดงทุกขั้นตั้งแต่รายได้ทั้งปีจนถึงเงินที่เข้าบัญชีจริง

พนักงานจบใหม่ เงินเดือน 15,000 บาท

ไม่มีโบนัสและค่าลดหย่อนอื่น เงินได้สุทธิยังอยู่ในขั้นที่ได้รับยกเว้นภาษี จึงถูกหักแค่ประกันสังคม

รายได้ทั้งปี = เงินเดือน × 12 + โบนัส
180,000.00 บาท
หักค่าใช้จ่าย
90,000.00 บาท
หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว + ประกันสังคม + อื่นๆ)
69,000.00 บาท
เงินได้สุทธิ
21,000.00 บาท
ภาษีทั้งปี
0.00 บาท
ภาษีต่อเดือน = ภาษีทั้งปี ÷ 12
0.00 บาท
ประกันสังคมต่อเดือน
750.00 บาท
เงินเดือนสุทธิต่อเดือน
14,250.00 บาท

พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท มีโบนัส 2 เดือน

ได้โบนัสปีละ 60,000 บาท และมีเบี้ยประกันชีวิตที่ลดหย่อนได้ปีละ 20,000 บาท

รายได้ทั้งปี = เงินเดือน × 12 + โบนัส
420,000.00 บาท
หักค่าใช้จ่าย
100,000.00 บาท
หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว + ประกันสังคม + อื่นๆ)
90,500.00 บาท
เงินได้สุทธิ
229,500.00 บาท
ภาษีทั้งปี
3,975.00 บาท
ภาษีต่อเดือน = ภาษีทั้งปี ÷ 12
331.25 บาท
ประกันสังคมต่อเดือน
875.00 บาท
เงินเดือนสุทธิต่อเดือน
28,793.75 บาท

ผู้จัดการเงินเดือน 80,000 บาท สะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ได้โบนัส 160,000 บาท มีค่าลดหย่อนอื่นรวมปีละ 100,000 บาท และถูกหักเงินสะสมกองทุนเดือนละ 4,000 บาท

รายได้ทั้งปี = เงินเดือน × 12 + โบนัส
1,120,000.00 บาท
หักค่าใช้จ่าย
100,000.00 บาท
หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว + ประกันสังคม + อื่นๆ)
170,500.00 บาท
เงินได้สุทธิ
849,500.00 บาท
ภาษีทั้งปี
84,900.00 บาท
ภาษีต่อเดือน = ภาษีทั้งปี ÷ 12
7,075.00 บาท
ประกันสังคมต่อเดือน
875.00 บาท
รายการหักอื่นต่อเดือน
4,000.00 บาท
เงินเดือนสุทธิต่อเดือน
68,050.00 บาท

ขั้นภาษีที่ใช้คิดภาษีหักจากเงินเดือน

ภาษีคิดจากเงินได้สุทธิทีละขั้น เงินได้ส่วนที่อยู่ในแต่ละช่วงเสียภาษีตามอัตราของช่วงนั้น คอลัมน์ขวาสุดคือภาษีรวมเมื่อเงินได้สุทธิเต็มขั้นนั้นพอดี

ขั้นภาษีที่ใช้คิดภาษีหักจากเงินเดือน ตามเงินได้สุทธิต่อปี
เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษีภาษีสะสมเมื่อเต็มขั้น (บาท)
0–150,0000%0.00
150,001–300,0005%7,500.00
300,001–500,00010%27,500.00
500,001–750,00015%65,000.00
750,001–1,000,00020%115,000.00
1,000,001–2,000,00025%365,000.00
2,000,001–5,000,00030%1,265,000.00
เกิน 5,000,00035%–

ภาษีที่หักไว้ทั้งปีสรุปกันตอนไหน

ภาษีที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือนเป็นแค่การหักไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีจริงที่ต้องจ่ายเป๊ะๆ ตอนสิ้นปีต้องนำยอด รายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ทั้งปีไปสรุปอีกครั้งตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ซึ่งยื่นได้ตั้งแต่เดือน มกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป จะไปสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ก็ได้ ถ้ามีค่าลดหย่อน เพิ่มเติมที่เครื่องคำนวณนี้ยังไม่ได้รวม เช่น ดอกเบี้ยบ้านหรือเงินบริจาค ภาษีจริงตอนยื่นแบบอาจน้อยกว่าที่ถูก หักไว้ ทำให้ได้เงินคืน กำหนดเวลาที่แน่นอนของแต่ละปีตรวจสอบได้ที่ หน้ากำหนดเวลายื่นแบบของกรมสรรพากร

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลขภาษีในเครื่องคำนวณนี้ตรงกับที่ฝ่ายบุคคลหักจริงหรือไม่

ใกล้เคียงถ้ากรอกโบนัสและค่าลดหย่อนอื่นตรงกับที่แจ้งฝ่ายบุคคลไว้ เพราะใช้วิธีเดียวกันคือประมาณรายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คิดภาษีทั้งปีแล้วเฉลี่ยเป็นรายเดือน แต่บางบริษัทหักภาษีของโบนัสในเดือนที่จ่ายโบนัสทีเดียว ยอดหักแต่ละเดือนจึงอาจไม่เท่ากัน ส่วนยอดรวมทั้งปีควรใกล้เคียงกัน

ค่าลดหย่อนส่วนตัวและค่าลดหย่อนอื่นๆ ถูกนำมาคิดด้วยหรือไม่

คิดให้อัตโนมัติสองรายการ คือค่าลดหย่อนส่วนตัว ฿60,000.00 และเงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงทั้งปี ส่วนค่าลดหย่อนอื่น เช่น คู่สมรส บุตร เบี้ยประกันชีวิต หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้รวมยอดทั้งปีแล้วกรอกในช่อง "ค่าลดหย่อนอื่นต่อปี" ถ้าไม่แน่ใจว่าเบี้ยประกันลดหย่อนได้เท่าไหร่ ใช้เครื่องคำนวณลดหย่อนภาษีจากประกันหายอดก่อนได้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพควรกรอกตรงช่องไหน

กรอกสองช่อง ช่อง "รายการหักอื่นต่อเดือน" ใส่ยอดเงินสะสมที่ถูกหักทุกเดือน เพื่อให้เงินสุทธิตรงกับเงินที่เข้าบัญชี และช่อง "ค่าลดหย่อนอื่นต่อปี" ใส่ยอดสะสมทั้งปีที่นำไปลดหย่อนภาษีได้ เพื่อให้ภาษีที่คำนวณลดลงตามจริง

โบนัสทำให้เงินเดือนสุทธิแต่ละเดือนลดลงหรือไม่

โบนัสทำให้รายได้ทั้งปีสูงขึ้น ภาษีทั้งปีจึงเพิ่มขึ้น และเมื่อเฉลี่ยเป็นรายเดือน ภาษีต่อเดือนก็เพิ่มตาม เงินเดือนสุทธิที่แสดงจึงลดลงเล็กน้อย แต่เงินโบนัสที่ได้รับยังทำให้รายได้รวมทั้งปีสูงกว่าเดิมเสมอ เพราะภาษีที่เพิ่มขึ้นคิดจากส่วนที่เกินเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

ตัวเลขในหน้านี้อ้างอิงจากประกาศของหน่วยงานด้านล่าง ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณ โปรดตรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

กลับไปคำนวณ