คำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือน

กรอกรายได้และรายจ่ายแต่ละหมวด แล้วดูเงินคงเหลือกับอัตราการออมของคุณได้ทันที ไม่ต้องกดปุ่มคำนวณ

กรอกรายได้เพื่อดูเงินคงเหลือ

เงินที่เข้าบัญชีจริงหลังหักภาษีและเงินสมทบ

รายจ่ายแยกตามหมวด

รายละเอียดการคำนวณ

รายจ่ายรวม
–
อัตราการออม
–
เงินคงเหลือต่อเดือน
– บาท

อัปเดต

ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเบื้องต้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการเงิน กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทางการเงินจริง ·แจ้งข้อผิดพลาด

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนควรแบ่งเป็นหมวดอะไรบ้าง

เครื่องคำนวณนี้แบ่งค่าใช้จ่ายต่อเดือนออกเป็นหมวดหลักที่คนส่วนใหญ่มีจริง ได้แก่ ที่พัก อาหาร เดินทาง และหนี้สิน กรอกยอดของแต่ละหมวดพร้อมกับ "รายได้สุทธิต่อเดือน" ซึ่งหมายถึงเงินที่โอนเข้าบัญชีจริงหลังหักภาษีและเงินสมทบ ต่างๆ แล้ว ถ้ายังไม่รู้ตัวเลขนี้ หาได้จากเครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ

หากมีรายจ่ายที่ไม่เข้าหมวดไหนเลย กดปุ่ม "เพิ่มหมวดรายจ่าย" เพื่อสร้างหมวดใหม่และตั้งชื่อเองได้ตามต้องการ เช่น ค่าเลี้ยงดูบุตร เงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายเอง หรือค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง ลองปรับตัวเลขไปมาเพื่อดูว่าอัตราการออมเปลี่ยนไปเท่าไหร่เมื่อลดรายจ่ายหมวดใดหมวดหนึ่งลง

ทำไมควรติดตามค่าใช้จ่ายต่อเดือน

หลายคนรู้สึกว่าเงินเดือนหมดเร็วโดยไม่รู้ว่าหายไปกับอะไรบ้าง การแยกรายจ่ายเป็นหมวดหมู่อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เห็นรูปแบบการใช้เงินของตัวเองชัดเจนขึ้น เช่น อาจพบว่าค่าเดินทางสูงกว่าที่คิดไว้มาก หรือค่าใช้จ่ายหมวด "อื่นๆ" บวมขึ้นทุกเดือนโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นตัวเลขจริงแล้ว การปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย จะทำได้ง่ายขึ้นมาก เพราะมีข้อมูลเป็นหลักฐานแทนการเดาใจตัวเอง

นอกจากนี้การรู้ยอดรายจ่ายรวมที่แน่นอนยังช่วยให้วางแผนเรื่องอื่นได้แม่นยำขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้

แนวทางที่นิยมใช้กันทั่วไปคือควรออมอย่างน้อยประมาณ 20%ของรายได้สุทธิต่อเดือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดแบ่งเงิน 50/30/20 ที่แบ่งรายได้เป็น

ขอย้ำว่าตัวเลข 50/30/20 นี้เป็นแนวทางที่นิยมใช้ ไม่ใช่เกณฑ์ทางการหรือกฎหมายคนที่มีภาระหนี้สูงหรือเพิ่งเริ่มทำงานอาจออมได้น้อยกว่านี้ในช่วงแรก แต่สิ่งสำคัญคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน และพยายามขยับตัวเลขให้ดีขึ้นทีละน้อยในแต่ละเดือน

การออมได้ตามแนวทางนี้ช่วยสร้างความก้าวหน้าทางการเงินในระยะยาว ทั้งเงินสำรองฉุกเฉิน เงินดาวน์บ้าน หรือเงินเกษียณ โดยไม่ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบากเกินไปสำหรับคนที่มีรายได้ระดับปานกลาง เครื่องคำนวณนี้จะแสดงสถานะ

ทำอย่างไรให้เหลือเก็บต่อเดือนมากขึ้น

ถ้าอัตราการออมยังต่ำกว่าเกณฑ์ หรือเงินคงเหลือติดลบ ให้ดูสัดส่วนรายจ่ายแต่ละหมวดที่เครื่องคำนวณแสดงให้ แล้วเริ่มจากหมวดที่ลดได้จริงโดยไม่กระทบคุณภาพชีวิตมากเกินไป เช่น

ตั้งเป้าค่อยๆ เพิ่มอัตราการออมทีละน้อยทุกสองสามเดือน เริ่มที่ระดับ 10%ก่อนถ้ายังไปไม่ถึง 20% และไม่ควรปล่อยให้เงินคงเหลือติดลบ ต่อเนื่องหลายเดือน เพราะจะนำไปสู่การก่อหนี้เพิ่มเพื่อให้พอใช้ในแต่ละเดือน ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานะการเงินแย่ลง ในระยะยาว กลับมาตรวจสอบตัวเลขด้วยเครื่องคำนวณนี้ทุกเดือนเพื่อปรับแผนได้ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย

ตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือน

สามกรณีนี้ได้สถานะการออมต่างกันทั้งสามระดับ ดูได้ว่ารายจ่ายหมวดไหนทำให้เงินคงเหลือเปลี่ยนไปมากที่สุด

พนักงานจบใหม่ รายได้ 18,000 บาท

เช่าห้องอยู่คนเดียว ยังไม่มีหนี้

รายได้สุทธิต่อเดือน
18,000.00 บาท
รวมรายจ่าย (ที่พัก 5,000.00 บาท + อาหาร 6,000.00 บาท + เดินทาง 2,000.00 บาท + อื่นๆ 2,500.00 บาท)
15,500.00 บาท
เงินคงเหลือ = รายได้ − รายจ่าย
2,500.00 บาท
อัตราการออม = เงินคงเหลือ ÷ รายได้ × 100
13.89%
สถานะการออม
พอใช้

ครอบครัวเล็ก รายได้รวม 45,000 บาท

ผ่อนบ้านและรถ แต่วางงบรายจ่ายไว้ชัดเจน

รายได้สุทธิต่อเดือน
45,000.00 บาท
รวมรายจ่าย (ที่พัก 12,000.00 บาท + อาหาร 10,000.00 บาท + เดินทาง 4,000.00 บาท + หนี้ 6,000.00 บาท + อื่นๆ 4,000.00 บาท)
36,000.00 บาท
เงินคงเหลือ = รายได้ − รายจ่าย
9,000.00 บาท
อัตราการออม = เงินคงเหลือ ÷ รายได้ × 100
20%
สถานะการออม
ดี

รายได้ 25,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิต

ค่างวดหนี้สูงจนรายจ่ายรวมเกินรายได้

รายได้สุทธิต่อเดือน
25,000.00 บาท
รวมรายจ่าย (ที่พัก 7,000.00 บาท + อาหาร 7,000.00 บาท + เดินทาง 3,000.00 บาท + หนี้ 8,000.00 บาท + อื่นๆ 2,000.00 บาท)
27,000.00 บาท
เงินคงเหลือ = รายได้ − รายจ่าย
-2,000.00 บาท
อัตราการออม = เงินคงเหลือ ÷ รายได้ × 100
-8%
สถานะการออม
ควรปรับปรุง

ตารางเกณฑ์อัตราการออม

เครื่องคำนวณจัดสถานะการออมตามเกณฑ์ในตารางนี้ เกณฑ์เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย

เกณฑ์สถานะอัตราการออมต่อเดือน
สถานะอัตราการออม
ดีตั้งแต่ 20% ขึ้นไป
พอใช้10% ถึงต่ำกว่า 20%
ควรปรับปรุงต่ำกว่า 10% หรือติดลบ

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องคำนวณนี้เก็บข้อมูลที่กรอกไว้ที่ไหน

ข้อมูลที่กรอกจะไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์หรือบันทึกถาวรที่ใด ตัวเลขทั้งหมดถูกเข้ารหัสไว้ในลิงก์ของหน้าเว็บเอง (query string) เพื่อให้กดปุ่ม "คัดลอกลิงก์ผลลัพธ์นี้" แล้วส่งต่อให้คนอื่นดูตัวเลขเดียวกันได้ ถ้าไม่แชร์ลิงก์ ข้อมูลจะหายไปเมื่อปิดแท็บ

ตัวเลขอัตราการออม 20% ที่ใช้เป็นเกณฑ์มาจากไหน

มาจากแนวคิดแบ่งเงิน 50/30/20 ที่ใช้กันทั่วไปในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ไม่ใช่ตัวเลขตามกฎหมายหรือกฎตายตัว เป็นเพียงแนวทางอ้างอิงที่ปรับได้ตามสถานการณ์ของแต่ละคน

ใช้ผลลัพธ์จากเครื่องคำนวณนี้แทนการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้หรือไม่

ไม่ได้ ผลลัพธ์ที่แสดงเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการเงิน หากต้องการวางแผนการเงินจริงจัง ควรปรึกษานักวางแผนการเงินหรือนักบัญชีที่มีใบอนุญาต

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคนเงินเดือน 15,000–30,000 บาทควรแบ่งอย่างไร

ไม่มีสัดส่วนตายตัวสำหรับช่วงรายได้นี้ แนวทางคือจัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายจำเป็นก่อน (ที่พัก อาหาร เดินทาง) ให้พอดีกับรายได้ที่มีจำกัด แล้วใช้เครื่องคำนวณนี้ดูอัตราการออมจริงของตัวเองเทียบกับเกณฑ์ในหัวข้อ "ค่าใช้จ่ายต่อเดือนควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้" ด้านบน แทนการยึดเปอร์เซ็นต์ตายตัวจากที่ไหนมา

ควรนับค่างวดหนี้เป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือนหรือไม่

ควรนับ เพราะเป็นภาระผูกพันที่ต้องจ่ายจริงทุกเดือนเหมือนค่าใช้จ่ายอื่น เครื่องคำนวณนี้มีหมวด "หนี้" แยกไว้ให้อยู่แล้วด้วยเหตุผลนี้ ถ้าไม่นับรวมจะเห็นเงินคงเหลือและอัตราการออมสูงเกินจริง

กลับไปคำนวณ